รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
Forum homepage Home What's new What's hot Archives
ข่าวสาร (315)
บทความ (244)
งานวิจัย (10)
กระทู้ (86)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ (118)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ โดย อ.พิชัย ศรีใส (50)
ตำบลรอบคลอง (20)
หลักสูตรท้องถิ่น คลองอู่ตะเภา (22)
นโยบายสาธารณะ (812)
สถานการณ์น้ำท่วม (20)
คืนมะโรงน้ำแดง (17)
เรื่องสั้นและบทกวี (75)
คุยกับทีมงาน (180)
Total 2090114 hits.
Last on 31-10-57 20:21

แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ประจำวันที่ 1 ส.ค.49
นโยบายสาธารณะ >> นโยบายสาธารณะทั่วไป (บทความ)
แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ประจำวันที่ 1 ส.ค.49

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2549 17:14 น.


วันนี้(1 ส.ค.) นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.ศันสนีย์ นาคพงษ์ รักษาการรองโฆษกฯ และนายดนุพร ปุณณกันต์ รักษาการรองโฆษกฯ ร่วมกันแถลงผลการประชุมของคณะรัฐมนตรีรักษาการ ดังนี้

“รัฐบาลยัน น้ำท่วมเชียงใหม่ไม่เกี่ยวไนท์ซาฟารี”
น.พ.สุรพงษ์ แถลงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานที่ประชุมได้สอบถามเรื่องสถานการณ์อุทกภัยที่ จ.เชียงใหม่ ว่าสถานการณ์ล่าสุดอย่างไร รวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ข้อมูลต่างๆ ที่ท่านได้รับเข้ามามีปัญหาที่พบว่า เรื่องเกี่ยวกับปัญหาสถานการณ์อุทกภัย จ.เชียงใหม่ เหมือนกับครั้งก่อนที่เคยมีปัญหาอุทกภัย คือเรื่องเกี่ยวกับการระบายน้ำได้ช้า อันเนื่องมาจากลำน้ำปิงคอด เพราะว่ามีการบุกรุกเข้าน้ำปิงหลายจุด ทั้งในส่วนที่เป็นของราชการ และชาวบ้านที่บุกรุกเข้าไปด้วย ซึ่งในส่วนนี้หลังจากที่ได้มีการสำรวจและสรุปในปัญหาเกี่ยวกับการบุกรุกแล้วมีการดำเนินการมา แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการให้ครบถ้วนแล้วเสร็จทั้งหมด เพราะฉะนั้นยังมีปัญหาของลำน้ำปิงคอดในหลายจุด ซึ่งจะต้องแก้ปัญหาเหล่านี้ต่อไปในระยะยาว พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นภาวะที่มีฝนตกหนักในบริเวณที่ที่อยู่ใกล้ตัวเมือง พบว่าในส่วนของเขื่อนแม่งัด ซึ่งอยู่ด้านบนยังมีปริมาณน้ำน้อย สามารถจะรับน้ำได้มาก เขื่อนแม่งัดยังเหลืออยู่ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ รวมทั้งคลองส่งน้ำชลประทาน ซึ่งอยู่บริเวณใกล้ๆ กับที่จะจัดงานราชพฤกษ์ หรือไนท์ซาฟารี คลองส่งน้ำชลประทานยังไม่เต็ม

“เพราะฉะนั้นประเด็นที่มีข้อมูลว่าปัญหาไนท์ซาฟารีเป็นผลกระทบทำให้เกิดอุทกภัยหรือไม่ ก็ไม่เป็นความจริงเพราะว่าบริเวณคลองส่งน้ำชลประทานยังมีพื้นที่รับน้ำอีกมาก ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้คือว่า มีฝนตกบริเวณใกล้ตัวเมือง มีน้ำขึ้นสูง” น.พ.สุรพงษ์ กล่าว

น.พ.สุรพงษ์ กล่าวต่อว่า เท่าที่ได้รับรายงานล่าสุดนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รักษาการรมช.มหาดไทย พบว่า น้ำผ่านจุดสูงสุด และขณะนี้แนวโน้มลดลงแล้ว จุดสูงสุด ประมาณ 4.30 เมตร และมีการระดมทั้งแง่การสูบน้ำ มีเรื่องเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชน น้ำล้นเข้าไปประมาณ 70 เมตร ภายในช่วงบ่ายวันนี้คิดว่าปัญหาทั่วไปที่เชียงใหม่จะคลี่คลายลง อย่างไรก็ตามท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงมหาดไทยเร่งประสานงานติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง

น.พ.สุรพงษ์ กล่าวอีกว่า จากกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณเคยมีการสั่งการเรื่องเกี่ยวกับปัญหาถนนในจังหวัดต่างๆ สร้างกีดขวางเส้นทางน้ำไหล และกระทบทำให้เกิดปัญหาอุทกภัยในหลายๆ พื้นที่ และการระบายน้ำมีปัญหา ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้สอบถามจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าขณะนี้ได้ดำเนินการไปถึงจุดใดแล้ว ก่อนหน้านี้มีการมอบหมายให้กรมชลประทานของกระทรวงเกษตรฯ ไปสำรวจจุดที่ขวางทางน้ำไหลทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทานได้สรุปในจุดต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว แล้วมีนโยบายว่า ขอให้ส่วนราชการซึ่งเป็นเจ้าของถนน เพราะถนนที่ปรากฏอยู่ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทยมีหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น ถนนกรมชลประทาน ถนนของทางหลวงชนบท ถนนขององค์กรท้องถิ่น หรือถนนของกรมทางหลวงแผ่นดิน เพราะฉะนั้นขอให้กรมชลประทานพูดคุยกับส่วนราชการที่เป็นเจ้าของถนนรับผิดชอบดำเนินการแก้ไขเปิดทางให้น้ำผ่านได้ ซึ่งในเรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีมอบให้รองนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไปประชุมเพื่อสรุปแผนงาน แต่ในแง่ของการทำงานคงจะต้องตั้งงบประมาณสำหรับปีหน้าต่อไป คงจะเป็นการสรุปถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่าจะดำเนินการในจุดใดบ้างที่ขวางทางน้ำไหล

ครม.รับทราบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาไข้หวัดนก
น.พ.สุรพงษ์ แถลงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้สอบถามถึงเรื่องเกี่ยวกับปัญหาของไข้หวัดนก ว่า สถานการณ์ไข้หวัดนกเป็นอย่างไร ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ดี หรือกระทรวงสาธารณสุขก็ดี ก็ได้มีการรายงานถึงเรื่องนี้ ซึ่งใช้เวลานานพอสมควร เพราะในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขนั้นมีการให้ข้อมูลในส่วนของโรคขณะนี้ที่เกิดขึ้น ซึ่งคงจะได้สรุปรายละเอียดต่อเนื่องไป แต่ในส่วนของสถานการณ์ไข้หวัดนกในปัจจุบันพบว่ามีการระบาดของไข้หวัดนกใน 2 จังหวัด คือ พิจิตร และนครพนม และมีพื้นที่สีแดง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จะต้องมีการควบคุมเฝ้าระวังไข้หวัดนก 7 จังหวัด โดยครอบคลุมภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ซึ่งขณะนี้ได้มีการเอ็กซเรย์ไปในทุกๆ บ้าน โดยเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปทุกๆ บ้านเพื่อที่จะดูว่ามีปัญหาเรื่องไก่ป่วยตายผิดปกติหรือไม่ ซึ่งหากจุดใดที่ได้มีการสำรวจและพบว่าไม่มีอัตราการป่วยตายผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ที่นครพนม ซึ่งมีปัญหาของไข้หวัดนกเป็นที่ที่เกิดขึ้นในฟาร์มไก่ไข่ และเนื่องจากพื้นที่ที่มีการเลี้ยงไก่ในพื้นที่นั้น เป็นพื้นที่ที่มีการเลี้ยงไก่ค่อนข้างหนาแน่นมาก ในพื้นที่นั้นมี 70 กว่าฟาร์ม ก็ได้มีการทำลายไปทั้งหมด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

โดยสรุปขณะนี้ ในส่วนของคนที่นครพนม ซึ่งมีการเฝ้าระวังว่าจะติดเชื้อไข้หวัดนกหรือไม่ ผลแล็บออกมาแล้วก็ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดติดเชื้อไข้หวัดนก ที่ จ.นครพนม

ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านระบาดวิทยา และผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคไข้หวัดนก และโรคติดต่ออื่นๆ มาสรุปสถานการณ์ต่างๆ ให้ ครม.ได้ฟัง ทางกระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งว่า ขณะนี้มีสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนก ไข้เลือดออก และมีอีกโรคหนึ่ง ซึ่งเป็นโรคที่ในอดีตอาจจะไม่พบบ่อยนัก หรือพบก็ไม่รุนแรง แต่ในครั้งนี้เป็นโรคที่มีการเฝ้าระวัง คือโรคที่เกิดจากเอ็นเธอโรไวรัส 71 ถ้าหากพูดเป็นภาษาทั่วไปก็คือโรคมือ ปาก เท้าเปื่อย ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในเด็กต่ำกว่าอายุ 5 ขวบ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้รายงานว่า ขณะนี้ได้มีการสอบสวนโรคต่างๆ ทั้ง 3 โรคนี้ไปแล้ว ก็พบว่าในไข้เลือดออกนี้มีการระบาดในหลายๆ พื้นที่ทั่วประเทศไทย มีผู้ที่ป่วยทั้งสิ้น 21,014 ราย และเสียชีวิตไปแล้ว 23 ราย พบได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ในส่วนของไข้หวัดนกเองได้มีการสอบสวนไปแล้วทั้งหมด 1,960 ราย ที่มีการสอบสวนว่าสงสัยว่าอาจจะติดเชื้อไข้หวัดนกหรือไม่ 1,960 ราย พบว่าส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ มีที่พบว่าเป็นไข้หวัดนก 1 ราย คือรายที่เสียชีวิตไป ขณะนี้ไม่มีรายงานว่าพบผู้ป่วยไข้หวัดนกรายอื่น

ส่วนแง่ของเอ็นโทลไวรัส 71 หรือ โรคมือปากเท้าเปื่อย พบในหลายพื้นที่ทั้งในส่วนของภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ 9 ราย และเสียชีวิต 9 ราย 8 คนต่ำกว่า 5 ขวบ คนหนึ่งอายุ 11 ขวบ ซึ่งในส่วนนี้กระทรวงสาธารณสุขมีการเฝ้าระวังเพื่อที่จะไม่ให้เกิดความสับสนในแง่ของการตรวจรักษา แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ส่วนของรายที่ จ.พิจิตร พบว่าลักษณะของอาการที่เข้ามาเป็นอาการที่มีลักษณะกล้ำกึ่ง เช่น พบว่าผลของการตรวจเลือดในช่วงแรกไม่พบว่ามีเชื้อไข้หวัดนก และพบว่ามีอาการของเลือดข้นขึ้นและเกร็ดเลือดต่ำลง ซึ่งเป็นอาการของไข้เลือดออก ทำให้การวินิจฉัยช่วงแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับไข้เลือดออก แต่ช่วงหลังผลแล็บออกมาพิสูจน์ชัดว่าเป็นไข้หวัดนกผู้ป่วยก็เสียชีวิต เพราะฉะนั้นส่วนนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการทั้งในส่วนของการเตือนจังหวัดต่างๆ ให้มีการเฝ้าระวังเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญลงไปในพื้นที่ต่างๆ ที่มีการเฝ้าระวัง มีห้องแล็บเคลื่อนที่สามารถวินิจฉัยเรื่องเกี่ยวกับผลเลือดได้ภายใน 8-12 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่ที่มีการควบคุมสอบสวนโรคจะมีห้องแล็บเคลื่อนที่ที่เป็นรถโมบายเฝ้าระวังอยู่ที่นั่น แล้วมีห้องแยกในโรงพยาบาลเพื่อแยกผู้ป่วยสงสัยออกจากผู้ป่วยทั่วไป เป็นส่วนที่มีการพูดคุยกันค่อนข้างมากในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ซึ่งขณะนี้กรมการแพทย์ยังสแตนบายอยู่ในพื้นที่ ทั้ง จ.พิษณุโลก และ จ.นครพนม

“แม้ว”หาเสียงกับเด็ก สั่งคลังเฉือนเงินกองสลากฯแจกทุนการศึกษา
น.พ.สุรพงษ์ แถลงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มอบให้กระทรวงศึกษาธิการ และนายวราเทพ รัตนากร รักษาการรมช.คลัง พิจารณาแนวทางสนับสนุนให้เด็กพิการมีโอกาสได้รับการศึกษา เพราะในช่วงที่ผ่านมา ทุนการศึกษาพิเศษที่มาจากสลากกินแบ่งจะไปในแง่เด็กด้อยโอกาส แต่เด็กพิการไม่ได้มีโอกาสตรงนี้อย่างชัดเจน ได้ขอให้กระทรวงศึกษาธิการกับรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลังไปศึกษาเรื่องนี้ด้วย

“ทักษิณ”สั่งตรวจสอบ สินค้าหนีภาษี
น.พ.สุรพงษ์ แถลงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าได้รับแจ้งว่าขณะนี้มีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับผู้ที่เลี่ยงภาษีนำเข้าสินค้าบางชนิด ขอให้กระทรวงการคลัง โดยทั้งกรมศุลกากร หรือกรมสรรพสามิต ตรวจสอบดำเนินการด้วย ยกตัวอย่างเช่น บุหรี่บางยี่ห้อ แจ้งต้นทุนนำเข้า 7 บาท ปรากฏว่าต้นทุนที่ปรากฏกันตามกระบวนการค้าปกติ 24 บาท หรือกรณีไวน์บางยี่ห้อ แจ้งต้นทุนนำเข้าขวดละ 15 บาท ตรงนี้ชี้ให้เห็นถึงเรื่องเกี่ยวกับการแจ้งราคานำเข้าที่ผิดปกติอย่างมาก ซึ่งขอให้กระทรวงการคลังไปดูเรื่องเกี่ยวกับปัญหาการเลี่ยงภาษีนำเข้าสินค้าของสินค้าที่มีราคาขายแตกต่างกันอย่างมาก จากราคาที่พบเห็นในตลาดทั่วๆ ไป

“ครม.”เห็นชอบหลักการ ร่างพรบ.และร่างพรก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร
ด้านน.ส.ศันสนีย์ แถลงว่า คณะรัฐมนตรีรักษาการได้อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติและร่างพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ฉบับที่.. พ.ศ... นั้น เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร พอสังเขปดังนี้ ประการแรก เป็นการปรับปรุงจำนวนเงินที่ยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาสำหรับเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน และเงินได้จากหน้าที่งาน ตำแหน่งงานที่ทำ หรือการรับทำงานให้ ซึ่งเป็นรายได้ที่พึงประเมินตามมาตรา 40(1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร จากเดิมในอัตราร้อยละ 40 จำนวนที่ยอมให้หักค่าใช้จ่าย อัตราร้อยละ 40 แต่ไม่เกิน 60,000 บาท สำหรับการแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนให้เป็น ร้อยละ 60 แต่รวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท

ประการถัดมา เป็นการปรับปรุงจำนวนเงินที่ยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาสำหรับเงินได้ที่เป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์ และสิทธิบัตร จากเดิมหักได้อัตราร้อยละ 40 รวมกันไม่เกิน 60,000 บาท เป็นร้อยละ 60 รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท อีกประการ เป็นการปรับปรุงจำนวนเงินสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการของผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งประกอบกิจการรายย่อยที่ไม่จำเป็นต้องออกใบกำกับภาษีให้ มีจำนวนสูงขึ้นจากเดิมจำนวนไม่เกิน 1,000 บาท เป็นไม่เกิน 5,000 บาท และยังมีการปรับปรุงจำนวนเงิน สำหรับการรับเงินหรือรับชำระราคาเฉพาะการขายสินค้าหรือการให้บริการของผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กับผู้ประกอบการที่จดภาษีธุรกิจเฉพาะที่ต้องออกใบรับตามที่อธิบดีกำหนดให้มีจำนวนสูงขึ้น จากเดิม 1,000 บาท เป็นไม่เกิน 5,000 บาท ปรับปรุงบทลงโทษกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือขีดฆ่าอากรแสตมป์ เพิกเฉย ปฏิเสธไม่เสียอากร หรือไม่ขีดฆ่าแสตมป์ จากเดิมปรับ 500 เพิ่มโทษเป็นปรับไม่เกิน 2,000

ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับบทลงโทษของกฎหมายอาญา ส่วนร่างพระราชกฤษฎีกา ในวันนี้เป็นร่างพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่า ด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน ฉบับที่.. พ.ศ... ที่มีสาระสำคัญ เป็นการกำหนดให้การหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาสำหรับเงินได้พึงประเมิน มาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นเงินที่เก็บจากค่าต๋ง หรือจากค่าเกมการพนัน การแข่งขัน หรือการเล่นต่างๆ ตลอดจนรางวัลที่เจ้าของม้าได้จากการส่งม้าเข้าแข่ง ให้หักได้ในอัตราร้อยละ 50 และกำหนดให้เงินได้จากการทำของขาย กับการรับจ้างทำของ ที่ยังไม่ได้กำหนดให้มีการหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมานั้น สามารถหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ในอัตราร้อยละ 60 ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับสถาพการของผู้ประกอบกิจการมีเงินได้ในปัจจุบัน

“ครม.”สั่งกระจายการจ้างเหมางานของกองทัพบกในการขุดแหล่งน้ำในชนบท
น.ส.ศันสนีย์ แถลงว่า จากกรณีที่ คณะรัฐมนตรีรักษาการ ได้พิจารณาตามการเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วมีมติอนุมัติให้จ่ายค่างานให้กับกองทัพบกเพิ่มขึ้นตามผลการดำเนินงานจริง ในโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน จำนวน 320 บ่อ เป็นเงิน 8,111,318 บาท และค่าบริหารจัดการของกรมพัฒนาที่ดิน 57,600 บาท รวมเป็นงบประมาณ 7,368,918 บาท และมีมติอนุมัติให้ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2548 กับ 2549 จำนวน 972,005,200 บาท ที่หักค่าใช้จ่ายที่กล่าวไปเมื่อสักครู่ คงเหลืองบประมาณ 964,636,282 บาท ใช้ในการขุดสระน้ำ สำหรับปี 2549 โดยราคางานขุดสระน้ำในไร่นาจะขออนุมัติให้เป็นภายในกฎเกณฑ์ราคามาตรฐานตามที่สำนักงบประมาณกำหนด โดยให้เกษตรกรสมทบ 2,500 บาทต่อบ่อ

ขออนุมัติให้ปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงาน จากเดิมที่ ครม.ได้อนุมัติไปแล้ว จากการจ้างเหมาผูกพัน เป็นการกระจายการจ้างเหมาลงจังหวัด ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อปี 2547 วันที่ 14 ธันวาคม ครม.ได้มีมติอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จ้างเหมาผูกพันงบประมาณในการดำเนินการขุดสระน้ำขนาด 1,260 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 3 แสนบ่อ

“ครม.”อนุมัติงบโครงการพัฒนาศิริราชสู่สถาบันการแพทย์ชั้นเลิศในเอเชียอาคเนย์
นายดนุพร แถลงว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการรมว.ศึกษาการ เสนอครม.พิจารณาอนุมัติงบประมาณการดำเนินโครงการพัฒนาศิริราชสู่สถาบันการแพทย์ชั้นเลิศในเอเชียอาคเนย์ โดยการก่อสร้างอาคารวิจัย 12 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 31,965 ตารางเมตร และอาคารศูนย์การแพทย์ 14 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 217,355 ตารางเมตร รวมทั้งอนุรักษ์อาคารสถานีรถไฟธนบุรี และจะพัฒนาพื้นที่ริมน้ำให้เป็นสวนเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งงบประมาณทั้งสิ้นที่ขอมา 8,738.02 ล้านบาท มีระยะเวลาในการดำเนินโครงการ 4 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550-2553 ซึ่งคณะกรรมการกำกับโครงการพัฒนาศิริราชสู่สถาบันการแพทย์ชั้นเลิศในเอเชียอาคเนย์ รายงานว่า คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้จัดทำโครงการพัฒนาดังกล่าว ประกอบด้วย 7 โครงการย่อย 1. ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านการวิจัย 2. ศูนย์ความเป็นเลิศในการบริหารทางการแพทย์ 3. ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศทางการแพทย์ศิริราช 4. ศูนย์พัฒนาวิทยาการผู้สูงอายุ 5. การแพทย์แผนไทยประยุกต์ 6. พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช และ 7. โครงการสวนเฉลิมพระเกียรติ ทางเดินริมน้ำ ท่าน้ำ และอนุรักษ์สถานีรถไฟธนบุรี

ในส่วนของงบประมาณที่ขอเข้ามาที่เรียนไปแล้ว 8,738.02 ล้านบาท วันนี้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ โดยแบ่งงบประมาณเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก ให้ใช้งบฯ จากกองสลากฯ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปี 2550-2553 กองสลากฯ จะสนับสนุนงบประมาณ ปีละ 1,000 ล้านบาท เป็น 4,000 ล้าน ส่วนที่สอง สำนักงบประมาณจะสนับสนุนงบประมาณ 1,142 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ปี คือปีงบประมาณ 2552 และ 2553 ส่วนที่สาม ส่วนที่เหลือจะเป็นรายได้ของคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ซึ่งจะออกเอง 3,596.10 ล้านบาท รวมแล้วได้งบประมาณพอดี 8,738.02 ล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบอนุมัติให้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อย

โดย kai (ip:58...83)  เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2549 08:30:05 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 835 ครั้ง
 แสดงความคิดเห็น

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
รูปภาพ : Options
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 0 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 6095216 person(s) and 16466315 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation