รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่
ตำนานพระนางเลือดขาว
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ >> ประวัติบุคคลสำคัญ (บทความ)
ตำนานพระนางเลือดขาว

ความเป็นมา
จากที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถได้เสด็จเยี่ยมศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อ พ.ศ. 2537 ได้ตรัสถามราษฎรที่เข้าเฝ้าว่า “ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว มีความเป็นมาอย่างไร ทำไมถึงได้ชื่อว่าแม่เจ้าอยู่หัว” ราษฎรไม่สามารถตอบได้ชัดเจนถึงประวัติของตำบล ด้วยเหตุนี้จึงได้มีราษฎรกลุ่มหนึ่งเกิดความคิดว่า “เราต้องค้นคว้าศึกษาประวัติความเป็นมาของตำบลแม่เจ้าอยู่หัวให้ชัดเจนเพื่อจะได้รู้ประวัติที่แท้จริง และได้ให้ลูกหลานได้ศึกษาอีกด้วย”

แกนนำของคณะวิจัย นำโดย นายชลอ เอี่ยมสุทธิ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ พร้อมคณะวิจัยจำนวน 12 ท่าน จึงได้จัดทำโครงการวิจัยประวัติแม่เจ้าอยู่หัวขึ้น โดยเสนอของบประมาณจากกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

ประสานงานโดย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์


คณะวิจัยประวัติแม่เจ้าอยู่หัว
ประวัติส่วนตัวผู้ร่วมวิจัย ประวัติแม่เจ้าอยู่หัว (พระนางเลือดขาว)

ชื่อ :พระมหาบัญญัติ ธม.มสาโร (กรรมการ)

วันเดือนปีเกิด : 9 ธันวาคม พ.ศ. 2487

ภูมิลำเนา :เลขที่ 34 หมู่ที่ 4 ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

การศึกษา : ปริญญาโท มหาวิทยาลัยพาราณสี อินเดีย

ตำแหน่ง : เจ้าคณะตำบลแม่เจ้าอยู่หัว


ชื่อ : นายชลอ เอี่ยมสุทธิ์ (หัวหน้าโครงการ)

วันเดือนปีเกิด : 15 เมษายน พ.ศ. 2505

ภูมิลำเนา : เลขที่ 17 หมู่ที่ 3 ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

การศึกษา : มัธยมศึกษาปีที่ 3 (การศึกษานอกโรงเรียน)

ตำแหน่ง : ผู้ใหญ่บ้าน


ชื่อ : นายธัญญะ บุญช่วย (กรรมการ)

วันเดือนปีเกิด : 17 เมษายน พ.ศ. 2476

ภูมิลำเนา : เลขที่ 278/1 หมู่ที่ 7 ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

การศึกษา :ปริญญาตรี สถาบันราชภัฎนครศรีธรรมราช

ตำแหน่ง :ข้าราชการบำนาญ


ชื่อ :นายจำเริญ ทองเกลี้ยง (กรรมการ)

วันเดือนปีเกิด : 16 ตุลาคม พ.ศ. 2485

ภูมิลำเนา :เลขที่ 002 หมู่ที่ 3 ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

การศึกษา :ปริญญาตรีสถาบันราชภัฎนครศรีธรรมราช

ตำแหน่ง : ข้าราชการบำนาญ


ชื่อ:นายไว ชุมเทพ (กรรมการ)

วันเดือนปีเกิด :1 ธันวาคม พ.ศ. 2485

ภูมิลำเนา : เลขที่ 145 หมู่ที่ 8 ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

การศึกษา : ปริญญาตรี สถาบันราชภัฎนครศรีธรรมราช

ตำแหน่ง:ข้าราชการบำนาญ


ชื่อ:นายตรีภพ สุวรรณ (กรรมการ)

วันเดือนปีเกิด :17 เมษายน พ.ศ. 2494

ภูมิลำเนา:เลขที่ 032 หมู่ที่ 7 ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

การศึกษา:ปริญญาตรีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา

ตำแหน่ง:ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนเขียรใหญ่


ชื่อ:นายเฉลิมชัย สุวรรณวิหค (กรรมการ)

วันเดือนปีเกิด:16 เมษายน พ.ศ. 2493

ภูมิลำเนา:เลขที่ 035 หมู่ที่ 1 ตำบลท้องลำเจียก อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

การศึกษา:ปริญญาตรี สถาบันราชภัฎนครศรีธรรมราช

ตำแหน่ง:ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบางพระ



ชื่อ:นายธวัช ทวีชนม์ (กรรมการ)

วันเดือนปีเกิด:5 กันยายน พ.ศ. 2501

ภูมิลำเนา :เลขที่ 59 หมู่ที่ 2 ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช

การศึกษา:ปริญญาตรี คณะเกษตรศาสตร์ สถาบันราชภัฎจันทรเกษม

ตำแหน่ง:เกษตรกร


ชื่อ:นางฉวีวรรณ สุวรรณวิหค (กรรมการ)

วันเดือนปีเกิด:2 ตุลาคม พ.ศ. 2494

ภูมิลำเนา:เลขที่ 035 หมู่ที่ 1 ตำบลท้องลำเจียก อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

การศึกษา:ปริญญาตรี สถาบันราชภัฎนครศรีธรรมราช

ตำแหน่ง:อาจารย์ 3 ระดับ 8 โรงเรียนบ้านบางพระ



ชื่อ:นายสมพงศ์ จงไกรจักร (กรรรการ)

วันเดือนปีเกิด :22 ธันวาคม พ.ศ. 2498

ภูมิลำเนา:เลขที่ 126 หมู่ 8 ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

การศึกษา:ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา

ตำแหน่ง:อาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านน้ำบ่อ


ชื่อ:นายไชยวุฒิ แก้วเนิน (กรรมการ)

วันเดือนปีเกิด:1 พฤษภาคม พ.ศ. 2511

ภูมิลำเนา:เลขที่ 99 หมู่ที่ 9 ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

การศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเชียรใหญ่

ตำแหน่ง:ประธานบริหาร อบต. แม่เจ้าอยู่หัว



ชื่อ:นางสาวเงินยวง บรรจงเมือง (เลขานุการ)

วันเดือนปีเกิด:27 กรกฎาคม พ.ศ. 2509

ภูมิลำเนา:เลขที่ 25 หมู่ที่ 7 ตำบลสวนหลวง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช

การศึกษา:ปริญญาตรี สถาบันราชภัฎนครศรีธรรมราช

ตำแหน่ง:นักวิชาการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการอำเภอเชียรใหญ่


คณะกรรมการที่ปรึกษา


พระครูสังฆรักษ์วิโรจน์ นันทิสาโร


เจ้าอาวาสวัดเทพรักษ์

คุณณรงค์ นุ่นทอง


สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครศรีธรรมราช

ดร.อภิชาต การิกาญจน์


สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช

รศ.ดร.สืบพงศ์ ธรรมชาติ


อาจารย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ดร.เลิศชาย ศิริชัย


อาจารย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ดร.ณรงค์ บุญสวยขวัญ


อาจารย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

คุณธวัชชัย แสงประทุม


รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

คุณพงษ์เฑพ จิรสุขประเสริฐ


นายอำเภอเชียรใหญ่

คุณถาวร คงแก้ว


ปลัดอาวุโส อำเภอเชียรใหญ่

คุณสัมพันธ์ นวลปั้น


ศึกษาธิการ อำเภอเชียรใหญ่

คุณวิชาญ คงจันทร์


นายกสมาคมนักเขียนลุ่มน้ำปากพนัง

ว่าที่ร้อยตรี บุญไทย เรืองศรี


พัฒนาการอำเภอเชียรใหญ่

คุณประโยชน์ เรืองโรจน์


สถาบันทักษิณคดีศึกษา

คุณภีม ภมเมธาวี


อาจารย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

คุณมานะ ช่วยชู


อาจารย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

คุณธนิต สมพงค์


อาจารย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

คุณเยื้อง ทองเกลี้ยง


อดีตผู้ใหญ่บ้าน บ้านน้ำบ่อ

คุณลำดวน ศรีไสยเพชร


อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบ่อล้อ

คุณสมยศ ชูโฉม


กำนันตำบลแม่เจ้าอยู่หัว

คุณสำรวล เมืองจีน


กรรมการบริหาร อบต.เม่เจ้าอยู่หัว

คุณดวงแข สุวรรณ


อาจารย์โรงเรียนเชียรใหญ่

คุณประพันธ์ สุวรรณ


ราษฎรสาธารณะ

คุณจิระพร ขุทรานนท์


หัวหน้าสถานีอนามัย ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว

คุณอารีย์ ไพรัตน์


กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหมู่บ้าน

คุณสายชล ปานแก้ว


เลขาประชาคมหมู่บ้าน

คุณวชิรา ชุติกชุษณพงศ์


เจ้าหน้าที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช


กิตติกรรมประกาศ


การศึกษาวิจัย เรื่องประวัติแม่เจ้าอยู่หัว (พระนางเลือดขาว) ได้รับแรงบันดาลใจจากพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทำให้เกิดการรวมกลุ่มดำเนินงานนี้ขึ้นเป็นคณะวิจัย และคณะที่ปรึกษาดังมีนามปรากฎอยู่แล้วนั้น

งานศึกษาวิจัยชิ้นนี้จะสำเร็จไม่ได้ถ้าปราศจากการสนับสนุนทุนจากกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) การช่วยเหลือ ประสานงานให้คำแนะนำจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สถาบันราชภัฎนครศรีธรรมราช พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ สำนักโบราณคดี เขต 11 หอสมุดแห่งชาติ จังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สถาบันทักษิณคดีศึกษาสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 11 นครศรีธรรมราช สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช

ข้อมูลเบื้องต้น ได้รับความอนุเคราะห์จาก คุณเอี้ยน พูลสวัสดิ์ ตาหลวงอั้นวัดบ่อล้อ คุณกำพล จรุงวาสน์ คุณชัยชนะ ดีเป็นแก้ว ชาวบ้านน้ำบ่อ บ้านในวัง บ้านบ่อล้อ ผู้เฒ่าผู้แก่ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว ตำบลท้องลำเจียก ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ ตำบลสวนหลวง ตำบลเชียรเขา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช

คณะวิจัยได้เดินทางไป ณ สถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะวัดต่างๆ ทั้งในตัวจังหวัด และต่างจังหวัด ได้รับความเมตตาอนุเคราะห์ต้อนรับให้ข้อมูลประวัติ เอกสาร ตำนาน จากเจ้าอาวาสวัดท้าวโครต อำเภอเมือง วัดพระนางตรา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าอาวานวัดท่าคุระ อำเภอสะทิ้งพระ จังหวัดสงขลา เจ้าอาวาสวัดพระนางสร้าง จังหวัดภูเก็ต เจ้าอาวาสวัดพระพุทธสิหิงค์ วัดถ้ำพระพุทธ จังหวัดตรัง เจ้าอาวาสวัดตะเขียนบางแก้ว วัดพระเกิด จังหวัดพัทลุง คุณตาเพชร คุณยายขิน ผู้มากด้วยความรู้จากจังหวัดพัทลุง คุณสุเทพ เทพสกุล นายกเทศมนตรีเทศบาล ตำบลถลาง จังหวัดภูเก็ คุณขนิษฐา ชุมเทพ ที่อำนวยความสะดวกและให้การต้อนรับแก่คณะวิจัย ณ จังหวัดภูเก็ต คุณชาลี ศิลปรัศมี อาจารย์นักสืบค้นประวัติศาสตร์ อาจารย์ปิยะ ชนะศักดิ์ ผู้อำนวนการโรงเรียนเชียรใหญ่ อาจารย์สมยศ เกษโร ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านน้ำบ่อ ได้รับคำชี้แนะเป็นที่ปรึกษาจากนายนฤนาท สุภัทรประทีป นายพิทักษ์ บริพิศ อาจาย์ประสิทธิ์ ไชยพังยาง และคุณเพลินพิศ สมพงศ์ คุณณรงค์ นุ่นทอง สมาชิกวุฒิสภา (ศว.) พิมพ์ประวัติแม่เจ้าอยู่หัว (พระนางเลือดเขาว) แจก 2,000 เล่ม

การเดินทางไปทำการศึกษาวิจัยที่เกาลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ได้รับความช่วยเหลือ ประสานงานในการเดินทางทั้งทางบก และทางเรือ จัดมัคคุเทศก์ติดต่อประสานงาน จากคุณจำนง ศิริรังสี ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล และเจ้าคณะจังหวัดสตูลเป็นอย่างดี ท้ายสุดได้รับความอนุเคราะห์จากกองทัพภาคที่ 4 โดยพันเอกสุวัฒน์ เรืองสกุล ในเรื่องการถ่ายภาพแผนที่ทางอากาศให้ได้ภาพแผนที่ที่สมบูรณ์ที่สุด คณะผู้ศึกษาวิจัย ขอขอบพระคุณผู้ที่มีคุณูปการทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้





ประวัติแม่เจ้าอยู่หัว (พระนางเลือดขาว)



แม่เจ้าอยู่หัว (พระนางเลือดขาว) เป็นบุตรีคหบดี บิดาเป็นชาวจังวัดพัทลุง เชื้อสายลังกา (คุลา) มารดาเป็นชาวบ้านเก่าหรือบ้านฆ้อง (บริเวณวัดแม่เจ้าอยู่หัว หมู่ที่ 3 ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบัน) บิดา มารดา มีอาชีพค้าขาย ณ ชุมชนสุดสายหาดทรายแก้ว นครศรีธรรมราช หรือสันทรายเชียรใหญ่ทางทิศใต้ คือบริเวณวัดแม่เจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นชุมชนท่าเรือในสมัยโบราณ สถานที่เกิดของนาง คือบ้านเก่า หรือบ้านฆ้อง ประมาณ พ.ศ. 1745

แม่เจ้าอยู่หัว (พระนางเลือดขาว) พระนามเดิมไม่ทราบแน่ชัด แต่ได้รับทราบจากคำบอกเล่า บางกระแสเรียกชื่อว่า “กังหรี” บางกระแสไม่ปรากฎพระนามเดิม

แม่เจ้าอยู่หัว (พระนางเลือดขาว) มีพี้น้อง 3 คน คือทวดโปชี มีรูปปั้นประดิษฐาน ณ วัดพังยอม พ่อท่านขรัว มีรูปปั้นประดิษฐาน ณ วัดบ่อล้อ และแม่เจ้าอยู่หัว มีรูปปั้นประดิษฐาน ณ วัดแม่เจ้าอยู่หัว

แม่เจ้าอยู่หัว (พระนางเลือดขาว) มีนิสัย โอบอ้อมอารี เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เป็นที่รักของบุคคลโดยทั่วไปตั้งแต่เยาว์วัย แม่เจ้าอยู่หัวงามด้วยเบญจกัลยาณี คือ ผมงาม เนื้องาน ฟันงาม ผิวงาม และวัยงาม

แม่เจ้าอยู่หัว (พระนางเลือดขาว) มีเลือดเป็นสีขาวมาตั้งแต่กำเนิด บิดา มารดาและผู้ใกล้ชิด ทราบเรื่องนี้มาก่อนแล้ว แต่เก็บไว้เป็นความลับเพราะเป็นเรื่องที่แปลกไม่เคยพบเห็นมาก่อน ไม่ทราบว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายต่อ แม่เจ้าอยู่หัว

วันหนึ่งในหมู่บ้านของแม่เจ้าอยู่หัวมีงาน นางได้ไปช่วยงานและได้ทำหน้าที่เจียนหมาก พลู เป็นด้วยปุพเพกตปุญญตาบุญซึ่งได้สะสมมาดีแล้ว และด้วยบุพเพสันนิวาสที่แม่เจ้าอยู่หัวได้เกิดมามีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ จะได้เป็นเจ้าคนนายคนต่อไป ขณะที่แม่เจ้าอยู่หัวทำหน้าที่เจียนหมาก เจียนพลู กรรไกรได้หนีบนิ้วของแม่เจ้าอยู่หัว มีเลือดไหลออกมาปรากฎเป็นสีขาว ต่อหน้าประชาชนที่มาร่วมงานมากมาย ต่อมาคนจึงเรียกแม่เจ้าอยู่หัวว่า พระนางเลือดขาว

ข่าวแม่เจ้าอยู่หัว มีเลือดสีขาวร่ำลือ ออกไปอย่างรวดเร็วจากบ้านต่อบ้าน ตำบลสู่ตำบล เมืองสู่เมือง ในที่สุดข่าวนี้ก็เข้าพระกรรณพระเจ้าศรีธรรมโศกราชที่ 5 หรือพระเจ้าสีหราช กษัตริย์แห่งนครศรีธรรมราช (ตามพรลิงค์) เมืองนครศรีธรรมราชในขณะนั้นตั้งอยู่ที่เมืองพระเวียง

ในขณะเดียวกันพระเจ้าศรีธรรมโศกราชได้ทราบข่าวว่าเมืองทะรังหรือเมืองกันตัง (เมืองตรังปัจจุบัน) ได้แข็งข้อจะไม่ขึ้นต่อการปกครองของเมืองตามพรลิงค์ พระเจ้าศรีธรรมโศกราชจึงกรีฑาทัพเพื่อไปตีเมืองทะรังและในการเดินทางไปเมืองทะรังนั้นเจ้าเมืองทะรังรู้ล่วงหน้า จึงจัดทัพมาต่อสู้กันที่บ้านทุ่งชน และทำการชนช้างกันที่นั่น (ปัจจุบันอยู่ในอำเภอทุ่งสง) การ ต่อสู้ปรากฎว่าทัพของเจ้าเมืองทะรังพ่ายแพ้แก่พระเจ้าศรีธรรมโศกราชพระองค์ าจึงโปรดให้เจ้าเมืองทะรังจัดเครื่องบรรณาการมาถวายที่ทุ่งหญ้าริมเทือกเข้า นครศรีธรรมราช ก่อนที่พระองค์จะเสด็จกลับเมืองนครศรีธรรมราช (เมืองพระเวียง)

เจ้าเมืองทะรังจึงนำเครื่องบรรณาการมาถวายที่ทุ่งกว้างริมเทือกเขาดังกล่าว ชาวบ้านจึงเรียกพื้นที่แห่งนั้นว่า ทุ่งสง คือที่ส่งเครื่องบรรณาการนั่นเอง (อำเภอทุ่งสงปัจจุบัน)

เมื่อพระเจ้าศรีธรรมโศกราช รับเครื่องบรรณาการจากเจ้าเมืองทะรังเสร็จแล้ว จึงเดินทัพกลับสู่เมืองนครศรีธรรมราชพร้อมกับชัยชนะ และเครื่องบรรณาการ ขณะเดินทัพเกิดค่ำระหว่างทาง ทรงหยุดขบวนทัพพักแรมที่ริมภูเขา พระองค์ทรงพระสุบิน เห็นสตรีมีลักษณะงดงามตามเบญจกัลยาณี มีใจกุศล ซึ่งเป็นคู่บุญบารมีของพระองค์ พำนักอยู่ทางทิศใต้ให้เสด็จไปตามเส้นทางหาดทรายแก้วและนางมีเลือดไม่เหมือนสตรีโดยทั่วไปคือมีเลือดสีขาว ประกอบกับพระองค์ทรางทราบจากคำเล่าลือมาบ้างแล้ว

พระองค์เสด็จยาตราทัพเข้าเมืองนครศรีธรรมราช มนัสการพระบรมธาตุ เสร็จแล้วจึงจัดขบวนเสด็จค้นหาพระนางตามพระสุบินและคำเล่าลือ ไปทางทิศใต้ของเมือง โดยประทับช้างทรงชื่อ พลายไสยพร ผ่านบ้านท่าเรือ บ้านจังหูน บ้านหมน พักแรมไพร่พลที่บ้านชะเมา แล้วเดินทางต่อ ทรงแวะมนัสการพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดใต้หล้า ตามธรรมเนียมของการเดินทาง

ขณะเดินทางช้างในขบวนเสด็จเกิดตกมันอย่างกะทันหันพยายามเกี้ยวพาราสีช้างพังตลอดเวลา พระองค์จึงหยุดพักที่ริมสระใหญ่แห่งหนึ่งเพื่อให้ช้างพลายได้มีโอกาสสมพาสช้างพัง แต่ช้างพังก็หายอมไม่

ต่อมาสระแห่งนี้เรียกว่า บ้านสระช้างใคร่ (ปัจจุบันเรียกบ้านสระไครตามภาษาท้องถิ่น อยู่ในพื้นที่ ตำบลเชียรเขา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช)

รุ่งเช้าเดินทางต่อตามพระสุบิน หลังจากเดินทางได้สักระยะหนึ่งช้างที่ตกมัน อยากจะสมพาสกับช้างพังอีก พระองค์จึงให้หยุดพักริมสระน้ำอีกครั้ง ชาวบ้านเรียกบ้านหนองหม้อ ปรากฎว่าครั้งนี้ช้างพังยอมให้ช้างพลายสมพาสด้วย ปัจจุบันสถานที่ดังกล่าวจึงเรียกว่า บ้านพังยอม (ปัจจุบันอยู่ใน ตำบลสวนหลวง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช)

หลังจากนั้นพระองค์จึงให้ไพร่พลตั้งค่ายพักแรม ใกล้เคียงกับบ้านพังยอม พระองค์ทรงเล่นทอดสกากับบรรดา แม่ทัพนายกองสถานที่ ที่พระองค์ทรงเล่นทอดสกา ปัจจุบันชาวบ้านเรียกสถานที่ดังกล่าวว่าบ้านสกา อยู่ในเขตตำบลสวนหลวง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช

รุ่งเช้าวันใหม่ จึงเดินทางต่อตามพระสุบิน จนกระทั่งขบวนเสด็จ ถึงสำนักพ่อท่านขรัว พระเจ้าศรีธรรมโศกทรงเข้าไปนมัสการพ่อท่านขรัว และขอพักแรมที่สำนักพ่อท่านขรัวในระหว่างที่ทรงพักแรมอยู่นั้น น้องสาวของพ่อท่านขรัว คือพระนางเลือดขาวมารับเสด็จด้วย พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระนางมีความงดงามมาก ตามเบญจกัลยาณี เหมือนที่ทรงพระสุบินไว้ทำให้พระองค์เกิดความดีพระทัยยิ่งนัก

แต่ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่พระองค์ทรงพระสุบิน แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ คือเลือดขาว ด้วยบุญบารมี ที่พระองค์จะได้ทราบถึงเลือดสีขาว ขณะที่นางพอผ้า (ทอหูก) เพื่อถวายใหักับพระเจ้าศรีธรรมโศกราช ทำให้ตรน (อุปกรณ์ที่ทำด้วยไม่ไผ่มีความคมมาก) ได้บาดนิ้วของพระนาง พระองค์ทอดพระเนตรเห็นเลือดของนางออกมาเป็นสีขาว ทำให้พระองค์ทรงปลื้มพระทัยยิ่งนัก ที่พระนางมีลักษณะตรงตามพระสุบินทุกประการ พระองค์จึงทรงเอ่ยพระโอษฐ์ขอพระนางต่อพ่อท่านขรัว ซึ่งเป็นพี่ชายของนาง เพื่อนำพระนางไปเป็นพระนางเมือง (พระสนม) ในวัง พ่อท่านขรัวมิอาจทัดทานได้ จึงให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าศรีธรรมโศกราช

เมื่อพระเจ้าศรีธรรมโศกราช เสด็จกลับสู่เมืองพระเวียงแล้วพระองค์จึงได้มีพระราชโองการให้พราหมณ์ปูโรหิตจัดขบวนหลวงไปสู่ขอพระนางตามประเพณี

ในระหว่างที่พระนางอยู่ในวังทำให้พระสนมอื่นไม่พอใจเพราะพระนางมีความสวยงามยิ่งกว่าหญิงอื่นใดในวัง พระนางถูกกลั่นแกล้งตลอดเวลา ถูกกล่าวหาต่างๆ นานา แต่พระนางใช้ความอดทน ทำแต่ความดีตลอดเวลาได้ปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าศรีธรรมโศก ด้วยความจงรักภักดี ได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและได้ทำคุณประโยชน์ใหักับบ้านเมืองมากมาย เป็นที่รักใคร่ของไพร่ฟ้าประชาชนทั่วไป

พระเจ้าศรีธรรมโศกราชได้เห็นคุณความดีของพระนางจึงได้สถาปนาแม่เจ้าอยู่หัวหรือพระนางเลือดขาวเป็นอัครมเหสี ด้วยเหตุนี้จึงเรียกกันโดยทั่วไปว่า พระนางเลือดขาวแม่เจ้าอยู่หัว หรือแม่เจ้าอยู่หัวพระนางเลือดขาว หมายถึงผู้อยู่ในฐานะพระมเหสีเอกของพระเจ้าอยู่หัว แต่ปัจจุบันชาวบ้านนิยมเรียกว่า แม่เจ้าอยู่หัวพระนางเลือดขาว

ด้วยเหตุที่พระเจ้าศรีธรรมโศกได้สถาปนาพระนางเป็นอัครมเหสีหรือแม่เจ้าอยู่หัวพระนางเลือดขาวด้วยคุณความดีของแม่เจ้าอยู่หัว ทำให้พระนางโดดเด่นกว่าสตรีอื่นใดภายในวัง ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้สนมกรมวังฝ่ายอื่นเป็นอย่างยิ่ง พระนางถูกกลั่นแกล้งตลอดเวลา แต่พระนางเอาชนะได้ด้วยหลักธรรมของพระพุทธองค์

ในระหว่างที่พระนางทรงเป็นพระมเหสีของพระเจ้าศรีธรรมโศกราชนั้น พระนางได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาโดยการสร้างและปฏิสังขรณ์วัดต่างๆ ไว้มากมาย ทั้งในเมืองนครศรีธรรมราช (เมืองตามพรลิงค์) และเมืองใกล้เคียง

วัดที่พระนางสร้างเป็นวัดแรกคือ วัดแม่เจ้าอยู่หัว ประมาณ พ.ศ. 1775 ขณะพระนางมีพระชนมายุ 30 พรรษา ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิดของ พระนาง ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 1790 พระชนมายุ 45 พรรษา พระนางได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระเจ้าศรีธรรมโศกราช โดยการเสด็จไปประเทศศรีลังกา เพื่อทรงรับพระพุทธสิหิงค์มายังนครศรีธรรมราช ปี พ.ศ. 1799 พระนางมีพระชนมายุ 55 พรรษา ได้เสด็จไปยังเมืองสุโขทัย เพื่อจัดระเบียบสงฆ์ฝ่ายฆราวาส ประทับอยู่ที่สุโขทัยนาน 5 ปี จึงเสด็จกลับเมืองนครศรีธรรมราช

แต่การเป็นคนดีของแม่เจ้าอยู่หัว หามีความราบรื่นไม่ จะถูกกลั่นแกล้งจากสนมกรมวังอื่นอยู่เป็นประจำ ซึ่งแม่เจ้าอยู่หัวทรงทราบในพระทัยดี แต่พระนางก็ยึดมั่นในคุณธรรมความดีมาตลอดและในการเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดทุกครั้ง สิ่งหนึ่งที่พระนางขอต่อพระเจ้าศรีธรรมโศกราชคือ

หากพระนางเป็นอะไรไปหรือสิ้นพระชนม์ลงเมื่อใด ขอให้พระเจ้าศรีธรรมโศกนำพระศพกลับบ้านเกิดของพระนาง คือสำนักพ่อท่านขรัว และพระเจ้าศรีธรรมโศกราชทรงรับพระโอษฐ์กับพระนางว่าหากนางมีอันเป็นไป จะสร้างอนุสรณ์สถานให้แก่พระนางที่บ้านเกิดอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ

ต่อมาข่าวความเดือดร้อนที่พระนางถูกกลั่นแกล้งทราบถึงพ่อท่านขรัว ท่านจึงเดินทางไปยังเมืองนครศรีธรรมราชเพื่อขอบิณฑบาตรต่อพระเจ้าศรีธรรมราช ที่หน้าวัง แต่เมื่อนางสนมกรมวังมาตักบาตรพ่อท่านขรัวไม่เปิดบาตรรับ สร้างความสงสัยให้แก่สนมกรมวังเป็นอย่างมาก รุ่งเข้าท่านไปบิณฑบาตรอีกก็ไม่เปิดบาตรรับ

นางสนมกรมวังจึงกราบทูลต่อพระเจ้าศรีธรรมโศกราช พระองค์จึงเสด็จไปทรงบาตรด้วยพระองค์เอง พ่อท่านขรัวไม่รับบิณฑบาตรอีกเหมือนเช่นเคย พระองค์จึงตรัสถามพ่อท่านขรัวว่าพระคุณเจ้าประสงค์สิ่งใดจงบอกความต้องการ พ่อท่านขรัวถวายพระพรว่า อาตมาขอบิณฑบาตรรับแม่เจ้าอยู่หัวกลับไปอยู่บ้านเดิม เพราะทราบว่าพระนางมีความเดือดร้อนถูกกลั่นแกล้งตลอด กอปรกับผู้คนแถบนั้นหวังพึ่งบุญบารมีของพระนาง หากพระองค์ไม่อนุญาตอาตมาก็ไม่ขัดข้อง จากนั้นพ่อขรัวก็ถอยหลังไปสามก้าวและเปิดบาตร พระเจ้าศรีธรรมโศกราชก็ทรงบาตรพร้องกับรับพระโอษฐ์ว่า ทรงอนุญาตแต่ขอเวลาจะต้องสร้างวังให้พระนางที่บ้านเกิดก่อน พระองค์จึงให้ช่างสร้างวังที่บ้านของพระนาง ณ ริมฝั่งแม่น้ำปากพนัง (บ้านในวัง หมู่ที่ 8 ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบัน) เพราะสะดวกในการเดินทางทางเรือ ขณะที่สร้างวังอยู่นั้น พระนางได้เสด็จไปมาระหว่างเมืองนครศรีธรรมราช กับวังที่สร้างใหม่อยู่เสมอ บางครั้งประทับที่วังชั่วคราวซึ่งกำลังสร้าง โดยมีทหารคือ ตาขุนทวน (มีขนทวนขึ้นบน) และตาขุนวัง เป็นองครักษ์

ในการสร้างวังให้แม่เจ้าอยู่หัวที่บ้านเดิม เป็นไปด้วยความล่าช้าเพราะพระเจ้าศรีธรรมโศกได้ประวิงเวลาไม่อยากให้พระนางกลับบ้านเดิม แต่ไม่อยากขัดต่อความประสงค์ขอพ่อท่านขรัว

วังใหม่ของพระนางสร้างด้วยไม้ทั้งหมด พระเจ้าศรีธรรมโศกราช ได้เสด็จมาดูความเรียบร้อยเสมอและได้เสด็จไปมนัสการพระพุทธบาท พระองค์ได้นำขบวนเสด็จข้ามแม่น้ำปากพนังที่บ้านท่าข้ามช้าง ปัจจุบันอยู่ หมู่ที่ 9 ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากข้ามแม่น้ำปากพนังเรียบร้อยแล้ว ได้นำช้างไปอาบน้ำ ณ หนองน้ำขนาดใหญ่ ปัจจุบันชาวบ้านเรียกบ้านหนองช้างเล่น อยู่ในพื้นที่ ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะช้างกำลังเล่นน้ำอยู่นั้น ได้เกิดเหตุการณ์โกลาหลขึ้น เมื่อช้างพลายไสยพรได้เกิดตกมันกระทันหัน สุดที่นายหอมควาญช้างจะควบคุมได้ช้างพลายไสยพรได้เตลิดเข้าป่า พระองค์สั่งให้ทหารติดตามอย่างกระชั้นชิดตามรอยช้างที่หนีเข้าป่า ใช้เวลาตามพอสมควรก็ได้พล ช้างไสยพรล้ม (ตาย) บนเนินสูงภายในป่า พระองค์สั่งให้ทหารฝังศพช้างพลายไสยพรในบริเวณดังกล่าว เลยเรียกบริเวณนั้นว่า บ้านดอนช้างตาย อยู่ในเขตตำบลท่าขนาน อำเภอเชียรใหญ่

ส่วนนายหอมควาญช้าง เสียใจมากที่ช้างคู่บารมีล้มสำนึกในความผิดพร้อมรับอาญาและขอตายคู่กับช้างไสยพร แต่พระองค์ไม่ทรงลงโทษ นายหอมควาญช้างจึงขอเป็นผู้ทรงศีลบริเวณช้างล้ม พระองค์ไม่สามารถทัดทานได้ จึงยินยอมและได้สร้างวัดให้เป็นอนุสรณ์ต่อมาชาวบ้านเรียก “วัดพระหอม” เพื่อระลึกถึงนายหอมควาญช้างผู้ขอเป็นผู้ทรงศีล ณ ที่นั้น วัดพระหอมอยู่ในเขต ตำบลบ้านกลาง อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบัน

หลังจากนั้นพระองค์ได้เสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทบนเทือกเขาพระบาท ตามพระราชประสงค์จึงเสด็จกลับเมืองนครศรีธรรมราช (เมืองพระเวียง)

ขณะแม่เจ้าอยู่หัว (พระนางเลือดขาว) เสด็จไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระเจ้าศรีธรรมโศกราช ที่เมืองทะรัง (ตรัง) ระหว่างเดินทางพระนางได้ใช้กลดสำหรับประทับแรมปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เรียกว่า “บ้านควนกลด” ต่อมาพระนางได้เดินทางต่อและสิ้นพระชนม์ลง ซึ่งตรงกับปี พ.ศ. 1814 พระนางมีพระชนมายุ 70 พรรษา สถานที่พระนางสิ้นพระชนม์และตั้งพระศพเรียกว่า “บ้านควนศพ” อยู่ในเขตอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราชปัจจุบัน ทำให้พระเจ้าศรีธรรมโศกราชเสียพระทัยมาก

จากนั้นได้อัญเชิญพระศพกลับสู่เมืองนครศรีธรรมราช (เมืองพระเวียง) ตั้งพระพศพบำเพ็ญกุศลอยู่ระยะหนึ่ง ณ วัดท้าวโคตร สอันเป็นวัดที่ใกล้วังของพระนาง

ด้วยเหตุที่พระองค์ได้รับพระโอษฐ์กับพระนางไว้ก่อนสิ้นพระชนม์ จึงโปรดให้จัดขบวนศพ ไปยังบ้านเกิดของพระนางโดยทางน้ำเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้าย ตามเส้นทางคลองท่าเรือไปออกทะเลปากนคร

จากนั้น โปรดให้นำโกศพระศพขึ้นฝั่ง เพื่อจัดขบวนเรือเสียใหม่ให้สมพระเกียรติและเหมาะสมกับเส้นทาง พื้นที่ดังกล่าวเลยเรียกว่าบ้านหน้าโกศ อยู่ในเขตอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบัน

โดยการจัดเตรียมเรือนาคราชขึ้น สองลำ เพื่อขนาบเรือพระศพ มีเรือชื่อแม่นางหงส์เป็นเรือลากแม่นางลายเป็นเรือตามขบวน สถานที่สร้างเรือนาคราชสำหรับขนาบเรือพระศพ เรียกว่า “บ้านขนาบนาค” ปัจจุบันอยู่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ขบวนพระศพผ่านบ้านปากแพรก ได้ไม่นานนักขบวนเรือพระศพเกิดมหัศจรรย์ไม่ยอมเคลื่อน มีผู้รู้ได้แก้อาเพศขบวนเรือจึงเคลื่อนต่อไปได้ สถานที่แห่งนี้เรียกว่าบ้านสำเภาเคือง อยู่ในเขตอำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ปัจจุบัน ขบวนเสด็จผ่านแม่น้ำปากพนังมาเรื่อย ๆ จนถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ขบวนพระศพไม่สามารถเคลื่อนขบวนทางน้ำได้ จะต้องนำขบวนพระศพขึ้นทางบก จึงได้ให้ทหารนำพระศพขึ้นฝั่งอีกครั้ง และพระองค์จึงให้ไพล่พลตั้งค่ายพักแรมบริเวณฝั่งตรงข้ามของลำคลอง ที่ตั้งพระศพปัจจุบันเรียกบ้านท่าศพ ฝั่งตรงข้ามให้ทหารตั้งค่าย หุงข้าวด้วยกระทะ ใบใหญ่ เพราะไพล่พลมาก ชาวบ้านเรียกบ้านกระทะใหญ่หรือบ้านท่าใหญ่ (ภาษาใต้กระทะเรียกว่า ท่า) และได้แยกพื้นที่หุงแกงที่สระใหญ่อีกจุดหนึ่ง เรียกสระเกาะแกง ปัจจุบันอยู่ในอำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

ในขณะที่พักแรมพระศพของแม่เจ้าอยู่หัว ได้มีชาวบ้านนำเครื่องประโคมมาบรรเลงพระศพอย่างสมเกียรติ ชาวบ้านจึงเรียกชุมชนดังกล่าวว่า “บ้านบรรเลง” ต่อมาได้เพี้ยนเป็น “บ้านบางเหลง” อยู่ในตำบลท้องลำเจียก อำเภอเชียรใหญ่ ปัจจุบัน พรเจ้าศรีธรรมโศกราชทรงพอพระทัยยิ่งนัก จึงขอรับวงบรรเลงพระศพไปยังสำนักพ่อท่านขรัวในการจัดงานบำเพ็ญกุศลพระศพอันยิ่งใหญ่อีกครั้ง

รุ่งเช้าจึงจัดขบวนพระสพเดินทางต่อทางบก โดยจัดเกวียน 47 เล่มเกวียน โดยมีพ่อท่านขรัวนำทางขบวนพระศพ เส้นทางที่ผ่านเรียกว่า “ทางขรัว” หรือ “ยนตาขรัว” ผ่านคลองขวาง หาดทรายแก้ว ถึงสำนักพ่อท่านขรัว รวมการเดินทางขบวนพระศพทั้งสิ้น 15 วัน

เมื่อขบวนพระศพแม่เจ้าอยู่หัวหรือพระนางเลือดขาวถึงสำนักพ่อท่านขรัว พรเจ้าศรีธรรมโศกราชจึงสั่งให้ไพร่พล จัดเตรียมสถานที่จัดงานบำเพ็ยกุศลพระศพแม่เจ้าอยู่หัวอันยิ่งใหญ่ ทหารจำเป็นจะต้องขุดบ่อน้ำ เพื่อใช้ในงาน ในการขุดบ่อน้ำเป็นไปด้วยความลำบากเพราะเป็นหาดทรายกลบฝังไม่สามารถใช้น้ำได้ พระเจ้าศรีธรรมโศกราชทรงปรึกษาพ่อท่านขรัว ในที่สุดโปรดให้ใช้ล้อเกวียนขบวนเสด็จซึ่งกลมกว้างและวงใหญ่ โดยถอดดุมล้อออก ซ้อนทับกันหลายชั้นในบ่อชุดสามารถกั้นทรายได้ดีและใช้น้ำได้ ต่อมาจึงเรียกบ่อดังกล่าวว่า “บ่อล้อ” หมายถึงบ่อทำด้วยล้อนั้นเอง ปัจจุบันอยู่บริเวณวัดบ่อล้อ ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

สถานที่ตั้งพระศพแม่เจ้าอยู่หัว (พระนางเลือดขาว) และถวายพระเพลิง คือสำนักพ่อท่านขรัว (วัดกุฏิ (ร้าง) ในโรงเรียนวัดบ่อล้อ ปัจจุบัน) ซึ่งเยื้องกับวัดบ่อล้อประมาณ 100 เมตร เดิมเป็นพื้นที่เดียวกัน ต่อมาถนนตัดผ่านและราษฎรบุกรุกจนเหลือเนื้อที่ไม่ติดต่อกัน

พ่อท่านขรัวได้แนะนำให้พระเจ้าศรีธรรมโศกราช นำเอาพระอัฐิและพระอังคาร ไปประดิษฐานไว้ ณ วัดแม่เจ้าอยู่หัว ริมคลองฆ็องบ้านเก่า เป็นวัดที่พระนางสร้างเป็นวัดแรก พระองค์ทรงโปรดให้นำพระอัฐิและพระอังคารไปบรรจุไว้ในมณฑป ซึ่งสูง 12 วา มีเจดีย์บริวารโดยรอบ และทรงสร้างพระพุทธรูปทองคำ เงิน นาค สัมฤทธิ์ หลายขนาด เพื่อให้สมพระเกียรติ ของพระนางที่ทรงมีคุณความดีอันประเสริฐ และเป็นพุทธบูชาของพุทธศาสนิกชนสืบไป



ความเชื่อถือ ความศรัทธาในบารมีของแม่เจ้าอยู่หัว (นางเลือดขาว)



แม่เจ้าอยู่หัว (พระนางเลือดขาว) เป็นผู้ที่มีบารมีสูง เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม และมโนธรรมทุกประการ มีเมตตาจิตที่มั่นคงอย่างสม่ำเสมอ ต่อประชาชนทั่วไป ตั้งแต่สมัยพระนางยังมีชีวิตอยู่ ได้ช่วยเหลือเกื้อกูล ขจัดปัดเป่าความทุกข์ยากของชาวบ้านทุกเขตแขวงที่พระนางอาศัยอยู่ หรือเดินทางผ่านไป ทำให้ประชาชนได้รับความร่มเย็นมาโดยตลอด และเกิดความเชื่อถือ ความศรัทธาต่อบารมีของพระนาง แม้พระนางจะสิ้นชีวิตแล้วก็ยังมีประชาชนส่วนใหญ่ทั้งใกล้ไกล ยังเคารพศรัทธา มีความเชื่อมั่นในบารมีอันสูงส่งนี้ ได้มีการบนบานศาลกล่าวในยามเดือดร้อนที่ได้รับจากทุกข์ภัยต่างๆ อาทิ เกิดเจ็บไข้ได้ป่วย เกิดของสูญหาย ผู้ที่ไม่มีลูกขอให้มีลูก หรือเกิดปัญหาที่แก้ไม่ตก ก็จะบนบานขอให้แม่เจ้าอยู่หัวช่วยขจัดปัดเป่าให้ ส่วนใหญ่จะประสบผลสำเร็จ คือหายป่วย หรือได้ของคืน หรือแก้ปัญหาความทุกข์ยากนั้นลงได้แล้วทำการแก้บนตามสัญญาที่บนไว้ทุกครั้ง

จากการบอกเล่าของ

โดย kai (ip:222...34)  เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2552 14:22:40 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 6680 ครั้ง ความคิดเห็น 2 รายการ ล่าสุดเมื่อ 3 ตุลาคม 54 19:42:05
 ความคิดเห็น
  ลำดับที่ 1
 

จาก 158(ip:180...128)  เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2553 11:06:41 น.


  ลำดับที่ 2
 

จาก ขอบคุณในน้ำใจทุกท่าน(ip:223...208)  เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2554 19:42:04 น.


 แสดงความคิดเห็น

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
รูปภาพ : Options
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 14 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7953555 person(s) and 26602655 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation