รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
Topic
แผนแม่บทการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาฉบับประชาชน
บทความ >> ทั่วไป (บทความ)
แผนแม่บทการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาฉบับประชาชน

โดย
สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


บอกเล่าก่อนอ่าน
การทำแผนแม่บทการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ได้มีขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2545 โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ให้คืนสภาพความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด มีความสมดุลระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์ทรัพยากรในพื้นที่ และใช้เป็นฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งราชการส่วนกลาง ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ และประชาชนในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มาร่วมทำแผนอย่างกว้างขวางและหลากหลาย

อย่างไรก็ดี ในการนำแผนมาแปลงสู่การปฎิบัติให้เกิดรูปธรรมในพื้นที่จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือร่วมแรงของหลายฝ่าย
การทำแผนแม่บทลุ่มน้ำทะเลสาบภาคประชาชน ฉบับนี้ จะช่วยสร้างความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาสาระของการทำแผนดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

มารู้จักทะเลสาบสงขลากันเถอะ
ทะเลสาบสงขลา จัดเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แผ่ขยายความสมบูรณ์ของธรรมชาติอยู่ในเขต ๓ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา ๑๒ อำเภอ จังหวัดพัทลุงทั้งจังหวัด และจังหวัดนครศรีธรรมราช ๒ อำเภอ มีพื้นที่รวมกันแล้วประมาณ ๘,๗๒๗ ตร.กม.

ลักษณะภูมิประเทศ ทางทิศตะวันตกนั้นมีเทือกเขาบรรทัดเป็นสันปันน้ำทอดตัวยาวในแนวเหนือ - ใต้ ทางทิศใต เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาสันกาลาคีรี เทือกเขาทั้งสองปกคลุมด้วยป่าไม้และเป็นแหล่งต้นน้ำของลุ่มน้ำนี้ ถัดจากพื้นที่ภูเขาลงมาจะเป็นที่ราบสลับเนินเขาเตี้ยๆ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกยางพารา ถัดลงมาเป็นที่ราบขนาดใหญ่ล้อมรอบตัวทะเลสาบส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาข้าว ส่วนทางตอนเหนือของทะเลสาบเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่เรียกว่า"พรุควนเคร็ง" ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๑๓๗ ตร.กม (รวมทะเลน้อย) ส่วนทางด้านตะวันออกเป็นที่ราบชายฝั่งทะเลติดต่อกับอ่าวไทย เป็นแหล่งกักเก็บน้ำและระบายน้ำตามธรรมชาติ

ทะเลสาบสงขลา มีเอกลักษณ์พิเศษคือ มีระบบนิเวศ ๓ น้ำ หรือจะเรียกว่าทะเลสามน้ำก็ว่าได้ คือมีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ทะเลน้อยซึ่งอยู่ทางเหนือสุดเป็นน้ำจืด ถัดลงมาคือทะเลสาบตอนบน ส่วนใหญ่ของรอบปีจะเป็นน้ำจืด ทะเลสาบตอนกลางมีความเค็มของน้ำเปลี่ยนแปลงระหว่างน้ำจืดและน้ำกร่อยขึ้นกับฤดูกาล ทางใต้สุดคือทะเลสาบตอนล่าง ซึ่งเป็นน้ำกร่อยและน้ำเค็ม และทะเลสาบตอนล่างเชื่อมกับอ่าวไทย ทําให้ความเค็มของน้ำในทะเลสาบเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล
ลักษณะพิเศษเช่นนี้คือรากฐานความอุดมสมบูรณ์ของทะเลสาบสงขลา ที่เอื้อให้และบำรุงหล่อเลี้ยงชีวิตให้กับคนทั้งลุ่มน้ำมาอย่างยาวนาน

ทิศทางใหม่ของการพัฒนา
ในอดีตการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบ เป็นไปอย่างขาดนโยบายและทิศทางกำกับ และปราศจากความสมดุล กล่าวคือ เน้นการสร้างรายได้มากกว่าการดูแลระบบนิเวศและความเข้มแข็งของชุมชน ขณะที่หน่วยงานราชการที่ดูแลรับผิดชอบ ยังมีแนวคิดการพัฒนาในลักษณะแยกส่วนต่างคนต่างทำ ขาดการประสานความร่วมมือ ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติที่เคยมีอุดมสมบูรณ์กลับลดน้อย เสื่อมโทรมลง เกิดปัญหาคุณภาพของสิ่งแวดล้อม มีการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติของคนในสังคม และปัญหานานา จนมีคำกล่าวว่า ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาที่เปรียบเสมือน “แผ่นดินของปู่” และ “ทะเลของย่า” ณ วันนี้กำลังป่วยไข้หนัก เราในฐานะลูกหลานจำต้องหันมาใส่ใจดูแล และเห็นความจำเป็นที่จะปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนา

การพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เกิดความตื่นตัวครั้งสำคัญเมื่อครั้งที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้มาประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานในพื้นที่ ๓ จังหวัด ณ ศาลากลางจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๕ และเห็นชอบที่จะให้มีการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบ โดยให้มีการจัดทำแผนแม่บทในการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเป็นกรอบและทิศทางในการดำเนินงานต่อไป

โดยที่จุดเด่นของการศึกษาครั้งนี้ กล่าวได้ว่าเป็นต้นแบบการทำแผนแม่บทการพัฒนาลุ่มน้ำรุ่นแรกๆของประเทศ โดยเฉพาะการให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และสอดรับกับขั้นตอนการศึกษาการจัดทําแผนตามปกติ ต่อภาพอดีตสู่ปัจจุบันอธิบายสถานการณ์และประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในลุ่มน้ำฯ

กระบวนการทำแผนฯ
ได้จัดให้มีการประชุมชุมชนในพื้นที่เพื่อประเมินความต้องการ ความห่วงใยในปัญหาต่างๆ ของชุมชนในพื้นที่รวม ๑๐ พื้นที่เป็นจำนวน ๒ รอบ รวมทั้งได้จัดประชุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ๒ ครั้ง นำข้อมูลความต้องการและความห่วงใยในปัญหาต่างๆ ของชุมชน ที่ได้จากการประชุมมาสังเคราะห์ร่วมกับองค์ความรู้ข้อมูลทางวิชาการและประสบการณ์ของคณะผู้ศึกษา บูรณาการ กลั่นกรองเป็นร่างแผนแม่บทที่จะฟื้นฟูทะเลสาบ

เมื่อรวมการประชุมเปิดโครงการ นับเป็นการประชุมชุมชนอย่างเป็นทางการในการศึกษาครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น ๒๕ ครั้ง ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงการประชุมเฉพาะประเด็นและประชุมกลุ่มย่อยอีกเป็นจํานวนมาก

หัวใจการพัฒนา
ในการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา คณะผู้ศึกษาได้กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาไว้ว่า ต้องการให้ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาได้รับการฟื้นฟูและรักษาไว้อย่างยั่งยืน ภายใต้สมดุลที่เหมาะสมระหว่างระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และสังคม มีสถาบันและองค์กรการบริหารจัดการ ที่ให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน ที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม

และเพื่อให้ระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติ และสภาวะแวดล้อมในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาคืนความอุดมสมบูรณ์ได้มากที่สุด ภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของสังคมโลกยุคปัจจุบัน และเพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของลุ่มน้ำสามารถเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นฐานการประกอบอาชีพของประชาชนในลุ่มน้ำได้อย่างยั่งยืน

๕ ยุทธศาสตร์การพัฒนา
เพื่อคุณภาพชีวิตคนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

การดำเนินงานตามเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นกรอบชี้นำแนวทางการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาในช่วงระยะเวลา ๑๐ ปี จะเป็นภารกิจร่วมกันของคนทั้งลุ่มน้ำทะเลสาบ ในการ อนุรักษ์ฟื้นฟู และบํารุงรักษาระบบนิเวศลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาให้กลับคืนสู่สภาพธรรมชาติเดิมมากที่สุด มีการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ประโยชน์ทรัพยากรลุ่มน้ำ ให้สอดคล้องกับศักยภาพและสมดุลกับระบบนิเวศ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน มีการป้องกัน ควบคุม และแก้ไขปัญหามลพิษ เพื่อรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในระดับมาตรฐาน ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม แหล่งประวัติศาสตร์ โบราณคดี และภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้กลับมาได้ใช้ประโยชน์ และได้รับการสืบทอดคุณค่าให้แก่ชนรุ่นหลัง และให้มีกลไกการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ที่ทุกภาคส่วนในลุ่มน้ำมีบทบาท ร่วมในการตัดสินใจกําหนดนโยบาย แผนงาน และการดําเนินโครงการในพื้นที่

โดยมียุทธศาสตร์หลัก และมาตรการดังนี้

๑. ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ
ปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าบริเวณต้นน้ำเสื่อมโทรมและลดลงอย่างต่อเนื่อง การลดลงของป่าบริเวณต้นน้ำอย่างรวดเร็วใน 20 - 30 ปีที่ผ่านมา เป็นสาเหตุหลักของปัญหาการเกิดอุทกภัยอย่างรุนแรงในหน้าฝน การขาดน้ำใช้ในการทำสวนทำนาในหน้าแล้ง และส่งผลให้น้ำในทะเลสาบที่มี 3 น้ำ ได้แก่ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม เมื่อปริมาณน้ำจืดที่มาผลักดันน้ำเค็มในช่วงหลังหน้าฝนลดลง อย่างรวดเร็ว ทําให้สมดุลของระบบน้ำจืด-น้ำกร่อย-น้ำเค็มเปลี่ยนไป

ขณะเดียวกัน พื้นที่ป่าชายเลน ป่าพรุ ถูกทำลายเสื่อมโทรมและลดลงอย่างต่อเนื่อง พรุควนเคร็งอดีตเคยเป็นพรุที่อุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันพื้นที่พรุได้ลดลงจากเดิมมาก ทําให้ความสามารถในการเป็นแหล่งอุ้มดูดซับน้ำจืดของพรุลดลงอย่างมาก พื้นที่พรุอื่นๆ ในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาหลายแห่ง ก็ถูกทําลายในลักษณะเดียวกัน

นอกจากนี้ ผลกระทบต่อเนื่องจากการที่พื้นที่ป่าบริเวณต้นน้ำและที่ลาดชันถูกบุกรุกทําลาย ส่งผลให้เกิดการชะล้างพังทลายของดินเพิ่มขึ้นอีกด้วย คุณภาพของดินเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว และตะกอนดินทับถมในลําคลองต่างๆ จนทะเลสาบตื้นเขิน ขีดความสามารถในการเก็บกักน้ำลดลงเป็นปัจจัยเสริมให้สถานการณ์น้ำท่วมและการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งในลุ่มน้ำรุนแรงขึ้น

และจากความเสื่อมโทรมของสภาวะแวดล้หลายๆด้าน ส่งผลต่อปริมาณสัตว์น้ำ สัตว์บางชนิดกําลังจะสูญพันธุ์ หากไม่ดูแลรักษาและอนุรักษ์ไว้เช่น ปลาดุกลําพัน ปลาพรม ปลาเม่น ปลาตุ่ม ปลาลําปำ รวมทั้งนาก นกกาบบัว และโดยเฉพาะโลมาอิรวดี ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่หายาก

การฟื้นฟูจำเป็นต้องอาศัยมาตรการดังนี้

๑. ปลูกป่าเสริมในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่เสื่อมโทรมถูกทําลายและพื้นที่ชายขอบของป่าอนุรักษ์โดยดำเนินการร่วมกับชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งการบริหารจัดการแบบบูรณาการเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟู รักษาพื้นที่ต้นน้ำของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน

๒. ฟื้นฟูและดูแลรักษาป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำ และป่าพรุรอบชายฝั่งและเกาะในทะเลสาบให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้ป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำ และป่าพรุซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างแผ่นดินกับผืนน้ำ สามารถเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ดูแลสัตว์น้ำวัยอ่อนรวมทั้งเป็นตัวกรองสารอาหารและดักตะกอนที่ถูกสายน้ำพัดพาลงสู่ทะเลสาบ ซึ่งนอกจากจะเพิ่มพูนทรัพยากรสัตว์น้ำแล้ว ยังช่วยลดการเกิดภาวะที่มีธาตุอาหารสมบูรณ์เกินไป ลดการกัดเซาะพังทลายของชายฝั่งที่สวยงามตามธรรมชาติ และลดการตื้นเขินของทะเลสาบ นอกจากนี้ ยังทําหน้าที่เป็นพื้นที่แก้มลิงรองรับน้ำท่วมด้วย

๓. ให้มีการจัดหาที่ดินทดแทนให้ราษฎรที่ย้ายออกจากพื้นที่ ป่าอนุรักษ์ป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำและป่าพรุ เพื่ออยู่อาศัยและทํากิน ควบคู่ไปกับการควบคุมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดไม่ให้มีการบุกรุกและใช้ประโยชน์พื้นที่อนุรักษ

๔. ขุดลอกทะเลสาบ และลําคลองในแหล่งที่ตื้นเขินและเหมาะสม กําหนดมาตรการในการขุดลอก และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศให้น้อยที่สุด เพื่อรักษาฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีชนิดและปริมาณมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ชาวประมงสามารถจับสัตว์น้ำได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยอํานวยประโยชน์ต่อการเดินเรือประมงและเรือท่องเที่ยวในทะเลสาบ ควบคู่กับการพิจารณาเส้นทางน้ำที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบทั้งทางด้านกายภาพ และความสัมพันธ์ทางด้านประวัติศาสตร์ของพื้นที่ลุ่มน้ำ

๕. ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและนกน้ำที่หายากและที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เช่;น ปลาดุกลําพัน ปลาพรมปลาเม่น ปลาตุ่ม ปลาลําปำ นาก นกกาบบัว และโลมาอิรวดี โดยควรมีมาตรการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างเป็นรูปธรรมด้วยวิธีการต่างๆ ที่เหมาะสมสําหรับสัตว์น้ำแต่ละชนิด การอนุรักษ์;และฟื้นฟูอาจดําเนินการหลายวิธีอย่างบูรณาการ เช่น การศึกษาธรรมชาติและวงจรชีวิตอย่างละเอียด การขยายพันธุ์แล้วปล่อยสัตวน้ำลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ และการฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตวน้ำเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม

แนวทางการดําเนินงานแนวทางที่จะนําไปสู่ความสําเร็จของยุทธศาสตร์นี้ อย่างน้อยจําเป็นต้องมีการริเริ่มดําเนินการ 2 แผนงานเร่งด่วน ได้แก่

• แผนงานฟื้นฟูพื้นที่ป่า ซึ่งอย่างน้อยควรประกอบด้วยโครงการเพื่อการแก้ไขป้องกันและฟื้นฟูพื้นที่ป่า เช่น การฟื้นฟูและรักษาป่าไม้ในพื้นที่ต้นน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่พรุและป่าชายเลน เป็นต้น สําหรับการฟื้นฟูและรักษาป่าไม้พื้นที่ต้นน้ำ ควรให้ความสําคัญกับพื้นที่เร่งด่วน ได้แก่พื้นที่ป่าที่อยู่ในลุ่;มน้ำชั้นที่ 1AR/1BR และป่าอนุรักษ์ที่เสื่อมสภาพในช่วงปี;พ.ศ. 2528 – 2547

ในส่วนของการฟื้นฟูและรักษาพื้นที่ชุ่มน้ำ และพื้นที่พรุ ควรให้ความสําคัญกับพื้นที่พรุควนเคร็ง พรุนกออก และพรุทุ่งแพร และในส่วนของการฟื้นฟู และรักษาพื้นที่ ป่าชายเลน ควรดําเนินการบริเวณชายฝั่งทะเลสาบสงขลาทั้งหมด โดยเริ่มที่บริเวณชายฝั่งทะเลสาบตอนล่างบริเวณ อ.เมือง อ.สิงหนคร อ.หาดใหญ่และ อ.ควนเนียง ก่อนเป็นลําดับแรก

• แผนงานฟื้นฟูทรัพยากรพืชและสัตว์น้ำ ซึ่งอย่างน้อยควรประกอบด้วยโครงการเพื่อการแก้ไขและฟื้นฟูความหลากหลายของทรัพยากรพืชและสัตว์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เช่น การขุดลอกทะเลสาบเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรพืชและสัตว์น้ำ เป็นต้น โดยเริ่มดําเนินการบริเวณทะเลสาบตอนล่าง จากปากทะเลสาบถึงบ้านปากรอ และให้มีการติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านผลผลิตทางประมงที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น และผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ ต้องให้มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและกําหนดแผนปฏิบัติการสิ่งแวดล้อมโดยละเอียดรอบคอบก่อนดําเนินการ

๒. ยุทธศาสตร์การใช้ประโยชน์ทรัพยากรลุ่มน้ำแบบบูรณาการและใช้อย่างยั่งยืน
การใช้ประโยชน์ที่ดินในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นไปในลักษณะที่ปราศจากการวางแผน ขณะเดียวกัน จำนวนทรัพยากรลดลง ขณะที่ประชากรรอบลุ่มน้ำทะเลสาบเพิ่มมากขึ้นทุกปี ในส่วนที่ดินมีความสําคัญต่อวิถีชีวิตและการดํารงชีพของคนและต่อระบบธรรมชาติโดยรวมอย่างมาก แต่เดิมมาพื้นที่ส่วนใหญ่ของลุ่มน้ำเป็นป่าไม้และนาข้าว ต่อมาก็เปลี่ยนไปเป็นพื้นที่ปลูกยางพาราและที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น มีการขยายพื้นที่ใหม่ในบริเวณที่ขาดแคลนน้ำฝนในฤดูแล้ง ทําให้เกิด ปัญหาขาดน้ำจืดในบางปี

นอกจากนี้ ยังเกิดการบุกรุกพื้นที่ป่าพรุเพื่ออยู่อาศัยและทํากิน การบุกรุกป่าชายเลนเพื่อทํานากุ้ง ทําให้เกิดผลกระทบด้านระบบนิเวศ ผลของการระบายน้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดํายังปนเปื้อนพื้นที่นาข้างเคียง และยังก่อปัญหาความขัดแย้งในการใช้น้ำ ที่ในปัจจุบัน ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาประสบกับสภาพการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และขาดแคลนน้ำในบางพื้นที่ เนื่องจากการขาดการจัดการน้ำอย่างบูรณาการ

การสูบน้ำจากทะเลสาบสงขลา ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อการชลประทานและการเลี้ยงกุ้งกุลาดําเป็นหลัก ซึ่งการสูบน้ำจากทะเลสาบสงขลาจํานวนมากนี้ ทําให้ในฤดูแล้งน้ำในทะเลสาบตอนบนกร่อย เนื่องจากน้ำท่าจากแผ่นดินที่ไหลลงสู่ทะเลสาบมีน้อยมาก น้ำทะเลจึงรุกล้ำเข้ามา

ขณะเดียวกัน มีการใช้น้ำบาดาลในแอ่งหาดใหญ่พื้นที่ที่การประปาส่วนภูมิภาคยังให้บริการไม่ถึง และยังมีการนําน้ำบาดาลมาใช้เพื่อการเกษตรกรรมจํานวนมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับปริมาณการผลิตน้ำประปาจากคลองอู่ตะเภาของการประปาส่วนภูมิภาคแล้ว ถือได้ว่าการนําน้ำบาดาลมาใช้ประโยชน์ขณะนี้ได้ถึงระดับเกินศักยภาพที่จะรองรับ

นอกจากขาดน้ำแล้วในหน้าฝนยังมีปัญหาอุทกภัยรุนแรงขึ้น อุทกภัยบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบนและลําน้ำสาขาต่างๆ เกิดจากการมีฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากจากต้นน้ำลงมามากตามลําน้ำสายหลัก ทำให้ไม่สามารถระบายได้ทัน ประกอบกับการสร้างเส้นทางคมนาคมได้กีดขวางทางน้ำที่ไหลหลากไม่ให้ผ่านลงสู่ทะเลได้สะดวก

นอกจากนี้ การประมงในทะเลสาบสงขลาและในพื้นที่พรุควนเคร็ง มีการเปลี่ยนแปลงในวิธีการและเครื่องมือประมงที่ใช้จากเครื่องมือและวิธีการดั้งเดิมที่มีประสิทธิภาพน้อย มาเป็นเครื่องมือและวิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า จนทําให้ผลการจับสัตว์น้ำของครัวเรือนประมงลดลงทําให้อาชีพประมงเป็นอาชีพที่ประสบปัญหาอย่างมากในปัจจุบัน ทั้งในทะเลสาบสงขลาและในพื้นที่พรุควนเคร็ง

มาตรการในการแก้ไข
๑.ให้จัดการทรัพยากรดิน และการใช้โยชน์ที่ดินโดยรอบทะเลสาบให เหมาะสมกับศักยภาพทางธรรมชาติ และความพอเพียงของทรัพยากรน้ำที่มีอยู่เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในการใช้พื้นที่ ขณะเดียวกันต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยังคงรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมที่มีคุณค่าของท้องถิ่น โดยให้ความสําคัญกับการกําหนดขอบเขต(Zoning) และควบคุมการใช้ที่ดิน พื้นที่ทํานาข้าว พื้นที่ป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำ และพื้นที่พรุ ให้สมดุลกับเงื่อนไขของทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำและนิเวศน้ำที่มีลักษณะเฉพาะของทะเลสาบสงขลา

๒.บริหารจัดการทรัพยากรน้ำผิวดินและน้ำบาดาลแบบบูรณาการเพื่อประโยชน์ในการผลิต และอุปโภคบริโภค โดยเน้นกระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชน ต้นน้ำกลางน้ำ ท้ายน้ำให้มีการใช้น้ำโดยตระหนักถึงความเหมาะสมของอุปสงค์อุปทาน ความเหมาะสมด้านเทคนิค ด้านเศรษฐศาสตร์ตลอดจนความเป็นธรรมในสังคม

๓. ควบคุมและลดปริมาณสูบน้ำจากทะเลสาบในฤดูแล้ง โดยการสนับสนุนการปลูกพืชชนิดอื่นที่ใช้น้ำน้อยและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แทนการทํานาปรังในฤดูแล้ง เช่น การทําเกษตรผสมผสาน การพัฒนาแหล่งน้ำในไร่นาเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำจืด ควบคู่กับการเสริมสร้างองค์ความรู้ในการบริหารจัดการการผลิต โดยพัฒนาระบบตรวจวัดเพื่อทํานายและเตือนภัยระดับความเค็มของน้ำในทะเลสาบ เพื่อควบคุมการสูบน้ำในปริมาณที่เหมาะสมโดยให้ความสําคัญกับการเพิ่มจุดตรวจวัดให้มากขึ้น การวิเคราะห์ข้อมูลและประมวลผลที่ถูกต้องน่าเชื่อถือและต่อเนื่อง เพื่อกําหนดปริมาณน้ำที่สามารถสูบเพื่อการใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกพืชและการทําประมงได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการผลิตและสิ่งแวดล้อม

๔.ให้มีการบริหารจัดการแหล่งน้ำที่มีประสิทธิภาพโดยสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วน ร่วมที่เป็นองค์กรร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับภาคประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น การสร้างและเปิดปิด ปตร.ปากระวะ เพื่อทําหน้าที่เป็นกลไกประสานประโยชน์และข้อตกลงร่วมในการบริหารจัดการ ปตร.ปากระวะ การจัดการสภาพแวดล้อมคลองสําโรง คลองขวาง คลองอู่ตะเภา ฯลฯ ให้เป็นที่ยอมรับร่วมกันและไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง

๕.ปรับปรุงระบบระบายน้ำ และระบบคมนาคม โดยให้มีการขุดลอกลําน้ำที่ตื้นเขินเพื่อเพิ่มความเร็วของน้ำท่า ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม ให้มีการปรับปรุงถนนที่ขวางทางน้ำและที่เป็นสาเหตุให้;เกิดน้ำท่วม โดยในการออกแบบถนนนั้นนอกจากจะต้องคํานึงถึงความมั่นคงของโครงสร้างถนน ความจุ ความเร็ว และความปลอดภัยการขับขี่แล้ว ยังต้องคํานึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของทั้งลุ่มน้ำ เช่น การขวางทางน้ำไหล ความสามารถในการระบายน้ำผ่าน ความเหมาะสมในการฟื้นฟูและพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำ

๖.จัดการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน โดยให้มีการควบคุมการทําประมงด้วยเครื่องมือและวิธีการต่างๆ ที่ส่งผลต่อความเสื่อมโทรมของทรัพยากรสัตว์น้ำ ยุติการทําประมงด้วยเครื่องมือและวิธีการประมงที่ทําลายล้าง เช่น อวนรุน การซ็อตปลาด้วยไฟฟ้า การใช้ยาเบื่อปลา และลดเครื่องมือประมงประจําที่ที่มีมากเกินไปและกระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไซนั่งและโพงพาง เพื่อไม่ให้มีการจับสัตว์น้ำมากเกินไป หรือจับสัตว์น้ำที่ไม่ได้ขนาด ทั้งนี้ ควรคํานึงถึงผลกระทบทางสังคมของชาวประมง และผู้ที่มีอาชีพ สืบเนื่องจากการประมงเหล่านี้ด้วย นอกจากนี้ ควรมีการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำด้วยการปล่อยสัตว์น้ำชนิดที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้มีจํานวนมากขึ้น เพื่อทดแทนส่วนที่จับไป และช่วยส่งเสริมการขยายพันธุ์ในธรรมชาติเพิ่มเติม โดยควรปล่อยสัตว์น้ำลงในเขตอนุรักษ์ที่มีความเหมาะสมรวมทั้งการกําหนดมาตรการการจัดการควบคุมชนิดพันธุ์สัตว์ต่างถิ่น และตรวจสอบประชากรและชนิดพันธุ์สัตว์ทุกประเภทในพื้นที่ลุ่มน้ำ สําหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ควรส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีมูลค่าสูงทางเศรษฐกิจและเป็นที่ต้องการของตลาด ในพื้นที่ที่เหมาะสม และไม่ให้กระจุกในบางพื้นที่มากเกินไป อีกทั้งยังควรส่งเสริมให้เลี้ยงอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ อันจะช่วยลดมลภาวะสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ได้รับผลตอบแทนที่ดี และสามารถดําเนินการได้อย่างยั่งยืน

แนวทางที่จะนําไปสู่ความสําเร็จตามทิศทางของยุทธศาสตร์การใช้ประโยชน์ทรัพยากรลุ่มน้ำอย่างยั่งยืน อย่างน้อยจําเป็นต้องมีการริเริ่มดําเนินการ 4 แผนงานเร่งด่วน ได้แก่

• แผนงานการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน ควรประกอบด้วยโครงการในการแก้ไขและฟื้นฟู การป้องกันและควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น การจัดการการใช้ประโยชน์พื้นที่นาข้าว การปรับปรุงดินเปรี้ยวและดินเค็ม และการจัดการการเพาะเลี้ยงกุ้งให้ยั่งยืน เป็นต้นสําหรับการจัดการการใช้ประโยชน์พื้นที่นาข้าว ควรเน้นที่พื้นที่นาร้างที่มีอยู่ในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาประมาณ 1 แสนไร่โดยอาจเลือกพื้นที่นาร้างที่เหมาะสม 1- 2 แห่ง เพื่อทําเป็นโครงการนําร่อง ในส่วนของการปรับปรุงดินเปรี้ยวและดินเค็ม ควรเริ่มในบริเวณที่มีปัญหาดินเปรี้ยว-ดินเค็ม ซึ่งส่วนใหญ่บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำด้านเหนือของทะเลสาบและบริเวณรอบๆ ทะเลสาบตอนกลาง และในส่วนของการจัดการการเพาะเลี้ยงกุ้งให้ยั่งยืน ควรเริ่มดําเนินการบริเวณทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบสงขลา

• แผนงานจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการเพื่อประโยชน์ในการผลิตบริโภคและป้องกันอุทกภัย ควรประกอบด้วยโครงการในการป้องกันและควบคุมตลอดจนการสร้างจิตสํานึกเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรน้ำ เช่น การควบคุมและกํากับดูแลการใช้น้ำบาดาลการปรับปรุงประปาชุมชนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และการขุดลอกลําคลองและปากคลอง เป็นต้นสําหรับการควบคุมและกํากับดูแลการใช้น้ำบาดาล ควรเน้นที่พื้นที่วิกฤติ คือ อ.หาดใหญ่และต.บางเหรียง ในส่วนของการปรับปรุงประปาชุมชนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ควรเริ่มในบริเวณชุมชนที่ มีความหนาแน่นสูง (แต่ยังต่ำเกินกว่าที่การประปาส่วนภูมิภาคจะยอมเข้ามาดําเนินการในลักษณะหวังผลกําไร) และในส่วนของการขุดลอกลําคลองและปากคลอง ควรดําเนินการทั้ง 8 คลองหลักในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

• แผนงานจัดการประมงเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ซึ่งอย่างน้อยควรประกอบด้วยโครงการในการแก้ไขและฟื้นฟู การป้องกันและควบคุม ตลอดจนการสร้างจิตสํานึกเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรประมง เช่น การจัดระเบียบเครื่องมือประมง การยุติการทําประมงทําลายล้าง การจัดการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง การเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนด้านการประมง การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลา เป็นต้น สําหรับการจัดระเบียบเครื่องมือประมง ควรเน้นที่พื้นที่ทะเลสาบตอนล่าง (ไซนั่ง โพงพาง)และพรุควนเคร็ง (การช็อตปลาด้วยไฟฟ้า การเบื่อปลา) ในส่วนของการจัดการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง ควรเน้นที่พื้นที่ทะเลสาบตอนกลางและทะเลสาบตอนล่าง ในส่วนของการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนด้านการประมง และการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลา ควรดําเนินการทั่วทั้งลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ทั้งนี้ในระยะเริ่มแรกควรดําเนินการในเรื่องของการปรับปรุงและพัฒนาฐานข้อมูลให้เป็นระบบที่ทันสมัย ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย

• แผนงานปรับปรุงและพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่ง ซึ่งอย่างน้อยควรประกอบด้วยโครงการในการควบคุมการพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่ง เช่น การปรับปรุงถนนที่ขวางทางน้ำและเป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วม การศึกษาความเหมาะสมในการขนส่งทางน้ำ เป็นต้นสําหรับการปรับปรุงถนนที่ขวางทางน้ำและเป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วม ควรเริ่มที่ถนนสายหลักรอบทะเลสาบสงขลา เช่นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 และถนนลพบุรีราเมศวร์ ในส่วนของการศึกษาความเหมาะสมในการขนส่งทางน้ำ ควรดําเนินการทั่วทั้งทะเลสาบสงขลา โดยเน้นในส่วนที่มีการสัญจรมาก เช่น บริเวณทะเลสาบตอนล่างก่อนเป็นลําดับแรก

๓. ยุทธศาสตร์การควบคุมและป้องกันมลพิษ
ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาในปัจจุบันมีระบบบําบัดน้ำเสียรวม ๒ แห่ง คือ เทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลนครสงขลา บําบัดน้ำเสียให้ได้เพียงร้อยละ ๗ ของประชากรลุ่มน้ำเท่านั้น รวมทั้งการออกแบบระบบบําบัดน้ำเสียที่มีอยู่ถูกออกแบบเพื่อกําจัดสารอินทรีย์ในรูปค่าความสกปรก (BOD) และสารแขวนลอยเท่านั้น ไม่มีหน่วยบําบัดสารอาหาร คือไนโตรเจนและฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้เกิดปัญหามีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์เกินไป ซึ่งกลายเป็นปัญหาคุณภาพน้ำที่รุนแรงในปัจจุบัน

คุณภาพน้ำทั้งในลําคลองสายหลักและในทะเลสาบน้ำในคลองสายหลักมีคุณภาพเสื่อมโทรมลง แต่โดยภาพรวมของทะเลสาบสงขลาอยู่ในเกณฑ์พอใช้ที่เสื่อมโทรมมากจนอยู่ในขั้นวิกฤต บางช่วงน้ำมีสีดําและส่งกลิ่นเหม็น ได้แก่คลองขวาง และคลองสําโรง ซึ่งไหลผ่านเทศบาลนครสงขลา บริเวณปากคลองต่างๆ ก่อนไหลลงสู่ทะเลสาบ อาทิ คลองลําปำ คลองขวาง คลองสําโรงคลองพะวง คลองระโนด และคลองตะเครียะ บริเวณชุมชนทะเลน้อยซึ่งมีที่อยู่อาศัยหนาแน่นและน้ำเสียจากชุมชนมักถูกระบายลงสู่แหล่งน้ำโดยไม่ผ่านการบําบัด และในบางแห่งยังมีการทิ้งขยะมูลฝอยลงสู่แหล่งน้ำโดยตรงคุณภาพน้ำในทะเลสาบสงขลาลดต่ำลง

แหล่งกําเนิดน้ำเสียที่สําคัญคือ น้ำเสียจากชุมชน ส่วนใหญ่เกิดจากชุมชนเมืองใหญ่โดยเฉพาะหาดใหญ่และสงขลาน้ำเสียจากอุตสาหกรรม ซึ่งรวมตัวหนาแน่นในเส้นทางคมนาคมสายหลัก โดยเฉพาะคลองอู่ตะเภา

การทับถมของซากพืชที่ตายมีส่วนนําไปสู่การตื้นเขินของทะเลสาบ นอกจากนี้ กระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ยังใช้ออกซิเจนที่อยู่ในน้ำอย่างรวดเร็วเป็นสาเหตุออกซิเจนละลายน้ำต่ำ น้ำไม่เหมาะต่อการอุปโภคบริโภค และใช้ประโยชน์

ขณะเดียวกัน ขยะมูลฝอยในเขตลุjมน้ำทะเลสาบสงขลา ถูกกําจัดโดยการฝังกลบในหลุมฝังกลบขององค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งมีการฝังกลบอย่างถูกสุขลักษณะเฉพาะในเขตเทศบาลขนาดใหญ่เท่านั้น คือ เทศบาลนครสงขลาเทศบาลนครหาดใหญ่เทศบาลเมืองพัทลุง เทศบาลตําบลสะเดา และเทศบาลตําบลบ้านพรุ ที่เหลือเป็นหลุมฝังกลบธรรมดา และการเทกองกลางแจ้ง โดยไม่มีระบบรวบรวมน้ำชะขยะ ทําให้เกิดการรั่วซึมและไหลเอ่อไปยังแหล่งน้ำใกล้เคียงซึ่งไหลลงสู่ทะเลสาบ และไหลซึมลงสู่แหล่งน้ำใต้ดิน ทําให้น้ำใต้ดินมีการปนเปื้อนของมลพิษ

มาตรการในการแก้ปัญหา
๑. ลดการปล่อยสารอาหารจากชุมชน อุตสาหกรรม ฟาร์มสุกรและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำลงสู่ทะเลสาบ ควบคุมดูแลมาตรฐานน้ำทิ้งจากกิจกรรมต่างๆ รอบทะเลสาบ เช่น เกษตรกรรม อุตสาหกรรม ปศุสัตว์นากุ้ง และน้ำเสียจากบ้านเรือน และให้มีการบําบัดก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ เร่งรัดดําเนินการแก้ไขปัญหาการมีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์มากเกินไป โดยให้ความสําคัญกับการวิจัยค้นหาแหล่งที่มาของธาตุอาหารทั้งภายนอกและภายในแหล่งน้ำเอง หาแนวทางกําจัดและใช้ประโยชน์สาหร่ายหนามซึ่งมีการขยายตัวมากจํานวนถึง ๖ แสนตัน ก่อนที่จะเกิดการเน่า เช่น การนําไปทําปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อป้องกันมิให้เกิดมลภาวะจากการเน่าของสาหร่าย และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้น

๒.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีระบบบําบัดน้ำเสีย ปรับปรุงเทคโนโลยีการบําบัดน้ำเสียที่เหมาะสม เพื่อลดภาวะมลพิษก่อนปล่อยลงสู่ทะเลสาบ โดยให้ความสําคัญกับเทศบาลเมืองและเทศบาลตําบล รวมทั้ง อบต. ที่อยู่ใกล้คลองและใกล้ทะเลสาบสงขลา รวมทั้งที่มีความหนาแน่นของประชากรสูง และสนับสนุนให้มีการพัฒนากลไกตรวจสอบ/เฝ้าระวังโดยภาคประชาชน

๓.รณรงค์และประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักในปัญหามลพิษ เพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักในปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นในชุมชนที่มีระดับมลพิษสูง สนับสนุนให้มีการนําสาระการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบและการจัดการสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาที่ครอบคลุมเนื้อหาการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำลําธาร ลําคลอง ทางระบายน้ำต่างๆ เข้าไปในหลักสูตรการศึกษาของสถาบันการศึกษาในท้องถิ่นทุกระดับ ทั้งประถม มัธยม และอุดมศึกษา

๔.บริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคํานึงถึงความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์สังคม และการเมือง โดยให้มีการดําเนินการแบบครบวงจร ตั้งแต่

โดย kai (ip:124...26)  เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2549 18:32:44 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 2789 ครั้ง
ข่าวสาร (315)
บทความ (244)
ทั่วไป (66)
เมืองน่าอยู่ (28)
ขยะ! ขยะ! ขยะ! (12)
สิ่งแวดล้อม (103)
น้ำ (35)
งานวิจัย (10)
กระทู้ (86)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ (118)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ โดย อ.พิชัย ศรีใส (50)
ตำบลรอบคลอง (20)
หลักสูตรท้องถิ่น คลองอู่ตะเภา (22)
นโยบายสาธารณะ (812)
สถานการณ์น้ำท่วม (20)
คืนมะโรงน้ำแดง (17)
เรื่องสั้นและบทกวี (75)
คุยกับทีมงาน (180)
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 0 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 5702589 person(s) and 16073688 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation